TSIC 11022
การผลิตไวน์ผลไม้ (ยกเว้นองุ่น)
Manufacture of fruit wines (except grape wine)
ข้อมูล TSIC
| รหัส TSIC | 11022 |
| ระดับ | 5 หลัก |
| หมวดแม่ | 1102 |
| หมวดใหญ่ | การผลิต |
| กลุ่มธุรกิจ | ผลิต (Manufacturing) |
คำอธิบาย
การผลิตไวน์ผลไม้ (ยกเว้นองุ่น) เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปผลไม้ต่างๆ เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ไวน์ที่มีรสชาติและกลิ่นหอมเฉพาะตัว โดยใช้ผลไม้ที่ไม่ใช่องุ่น เช่น สับปะรด เสาวรส มะขาม มะนาว ลิ้นจี่ และสตอร์เบอร์รี่ เป็นต้น การผลิตไวน์ผลไม้ยังสามารถรวมถึงไวน์ที่มีการผสมผสานระหว่างไวน์องุ่นและผลไม้อื่น ทำให้เกิดความหลากหลายและน่าสนใจในตลาด ตัวอย่างธุรกิจในหมวดนี้ ได้แก่ โรงงานผลิตไวน์จากสับปะรดที่ใช้วัตถุดิบจากสวนผลไม้ท้องถิ่น, โรงงานผลิตไวน์เสาวรสที่เน้นการสร้างแบรนด์สินค้าสุขภาพ, และกิจการที่ผลิตไวน์จากมะขามเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกรท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีธุรกิจผลิตไวน์จากผลไม้แบบออร์แกนิกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมที่ไม่จัดอยู่ในหมวดนี้ ได้แก่ การผลิตไวน์จากองุ่นและการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นที่ไม่ใช่ไวน์ผลไม้ เช่น เบียร์หรือวิสกี้ ซึ่งมีกรรมวิธีการผลิตที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
การจำแนกตาม ISIC
การเปรียบเทียบ TSIC ↔ ISIC
ระบบการจำแนกประเภทอุตสาหกรรมไทย (TSIC) และระบบการจำแนกประเภทอุตสาหกรรมระหว่างประเทศ (ISIC) มีบทบาทสำคัญในการจัดประเภทและวิเคราะห์ข้อมูลทางเศรษฐกิจ โดย TSIC 11022 เกี่ยวข้องกับการผลิตไวน์ผลไม้ (ยกเว้นองุ่น) ซึ่งสามารถสอดคล้องกับ ISIC ในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเครื่องดื่มจากผลไม้ แม้ว่า ISIC จะไม่มีรหัสที่เฉพาะเจาะจงสำหรับไวน์ผลไม้ แต่สามารถจัดอยู่ในกลุ่มการผลิตเครื่องดื่มอื่น ๆ ได้
ความเหมือนของ TSIC และ ISIC คือทั้งสองระบบมุ่งเน้นการจัดประเภทอุตสาหกรรมเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจ ในขณะที่ความแตกต่างคือ TSIC ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับบริบทและความต้องการเฉพาะของประเทศไทย ขณะที่ ISIC มีความครอบคลุมในระดับสากลและเหมาะสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประเทศ การใช้ TSIC ในบริบทไทยช่วยให้สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ ในขณะที่ ISIC แสดงถึงมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในการจำแนกประเภทอุตสาหกรรม ทำให้เราสามารถเข้าใจและเปรียบเทียบข้อมูลทางเศรษฐกิจได้ในระดับสากล
ความเหมือนของ TSIC และ ISIC คือทั้งสองระบบมุ่งเน้นการจัดประเภทอุตสาหกรรมเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลเศรษฐกิจ ในขณะที่ความแตกต่างคือ TSIC ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับบริบทและความต้องการเฉพาะของประเทศไทย ขณะที่ ISIC มีความครอบคลุมในระดับสากลและเหมาะสำหรับการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างประเทศ การใช้ TSIC ในบริบทไทยช่วยให้สามารถจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับอุตสาหกรรมภายในประเทศ ในขณะที่ ISIC แสดงถึงมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกในการจำแนกประเภทอุตสาหกรรม ทำให้เราสามารถเข้าใจและเปรียบเทียบข้อมูลทางเศรษฐกิจได้ในระดับสากล
ข้อมูลสถิติ
ข้อมูลสถิติรายเดือนจะแสดงเมื่อมีการอัปเดตข้อมูล
ดาวน์โหลดข้อมูล TSIC
ดาวน์โหลดรายการ TSIC ทุกรหัสในรูปแบบ Excel พร้อมคำอธิบายและการ mapping กับ ISIC
ดาวน์โหลด TSIC Master (xlsx)