TSIC 46315
การขายส่งข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการโรงสีข้าว
Wholesale of rice and rice milling products
ข้อมูล TSIC
| รหัส TSIC | 46315 |
| ระดับ | 5 หลัก |
| หมวดแม่ | 4631 |
| หมวดใหญ่ | การขายส่งและการขายปลีกการซ่อมยานยนต์และจักรยานยนต์ |
| กลุ่มธุรกิจ | ขายส่ง (Wholesales) |
คำอธิบายกิจกรรม
การขายส่งข้าวที่สี ที่ขัด ที่นึ่ง หรือข้าวที่ปรับปรุงให้เก็บไว้ได้นาน เช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง เยิร์มของข้าว รำ เศษหักหรือเศษอื่น ๆ ของข้าว
รหัส TSIC 46315 หมายถึงการขายส่งข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการโรงสีข้าว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อและจำหน่ายข้าวในปริมาณมาก หลังจากผ่านกระบวนการสี ขัด หรือการปรับปรุงเพื่อการเก็บรักษาให้มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยผลิตภัณฑ์ที่จัดอยู่ในหมวดนี้รวมถึงข้าวเจ้า ข้าวเหนียว ข้าวกล้อง รวมถึงเยิร์มของข้าว รำ และเศษหักหรือเศษอื่น ๆ ที่เกิดจากกระบวนการผลิตข้าว ในการขายส่งนี้ ผู้ประกอบการมักจะดำเนินการจำหน่ายให้กับร้านค้าปลีก โรงอาหาร หรือธุรกิจที่ต้องการนำข้าวไปใช้ในการผลิตอาหาร เช่น โรงงานผลิตขนม หรือร้านอาหาร ตัวอย่างธุรกิจที่อยู่ในหมวดนี้ ได้แก่ โรงสีข้าวที่มีการขายส่งข้าวให้แก่ผู้ประกอบการค้าปลีก บริษัทจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าว และผู้ผลิตอาหารที่ใช้ข้าวเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น ขนมไทยหรือข้าวเหนียวมะม่วง ขณะที่กิจกรรมที่ไม่จัดอยู่ในหมวดนี้ ได้แก่ การขายปลีกข้าวโดยตรงให้กับผู้บริโภคทั่วไป หรือการผลิตข้าวในระดับเกษตรกรที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป.
การจำแนกตาม ISIC
การเปรียบเทียบ TSIC ↔ ISIC
TSIC (Thai Standard Industrial Classification) หมายเลข 46315 แสดงถึงการขายส่งข้าวและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการโรงสีข้าว ซึ่งสอดคล้องกับ ISIC (International Standard Industrial Classification) ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการค้าอาหาร โดยเฉพาะในส่วนของผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและอาหาร อย่างไรก็ตาม ISIC ไม่มีการจำแนกย่อยที่เฉพาะเจาะจงเท่ากับ TSIC ในกรณีนี้ ส่งผลให้ความเหมือนอยู่ที่การมุ่งเน้นในอุตสาหกรรมอาหาร แต่อาจมีความต่างในระดับของการจำแนกประเภทและรายละเอียดที่นำเสนอ
TSIC ใช้ในบริบทไทยเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจและตลาดในประเทศ ในขณะที่ ISIC ถูกใช้ในบริบทสากลเพื่อการเปรียบเทียบข้อมูลทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่าง ๆ การใช้ TSIC ทำให้สามารถติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มทางอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ ISIC ช่วยให้ข้อมูลมีความเป็นมาตรฐานและสามารถเปรียบเทียบได้ในระดับโลก ทั้งนี้การใช้มาตรฐานทั้งสองช่วยให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
TSIC ใช้ในบริบทไทยเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเศรษฐกิจและตลาดในประเทศ ในขณะที่ ISIC ถูกใช้ในบริบทสากลเพื่อการเปรียบเทียบข้อมูลทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่าง ๆ การใช้ TSIC ทำให้สามารถติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มทางอุตสาหกรรมในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ ISIC ช่วยให้ข้อมูลมีความเป็นมาตรฐานและสามารถเปรียบเทียบได้ในระดับโลก ทั้งนี้การใช้มาตรฐานทั้งสองช่วยให้เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลสถิติ
ข้อมูลสถิติรายเดือนจะแสดงเมื่อมีการอัปเดตข้อมูล
ดาวน์โหลดข้อมูล TSIC
ดาวน์โหลดรายการ TSIC ทุกรหัสในรูปแบบ Excel พร้อมคำอธิบายและการ mapping กับ ISIC
ดาวน์โหลด TSIC Master (xlsx)